สายลมประทะประตู   ........ ผมรู้สึกได้   ถึงการมาของเธอ

 ขอโทษน่ะค่ะ นะคะ เสียงของลูกค้า  ทำให้ผมตื่นจากภวังค์   2 3 นาทีถัดมา  ผมเดินตรงไปที่เธอ  หัวใจผมเต้นแรงในขณะที่เปิดลิ้นชักชั้นล่างของชั้นหนังสือที่เธอยืนอยู่  หนังสือเล่มที่ลูกค้าต้องการ  มันน่าจะอยู่ตรงนี้  ผมไล่เปิดลิ้นชัก  ชั้นแล้วชั้นเล่า ในที่สุดผมก็เจอ 

อยู่นี่เอง    ผมไล่หาหนังสือจนเจอ ราวกับจะไล่เธอเสียจนมุม

 10 นาทีผ่านไป  เธอเดินตรงมาที่ผม ยื่นหนังสือส่งให้ 2 เล่ม  เป็นครั้งแรกที่ผมตัดสินใจพูดกับเธอก่อน เธอเคยเรียนที่โรงเรียน D หรือเปล่า   เอ๋ ... ค่ะ ... รุ่นพี่จำฉันได้ด้วยหรือค่ะ  การที่คนที่ไม่คุ้นเคยกับเธอจะจำเธอได้ คงแปลกเอาการอยู่ เธอมาทำอะไรที่เมืองนี้ ฉันสอบเข้าที่มหาวิทยาลัย  ค่ะ พี่  ก็เรียนอยู่ที่นี่ ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ว่ากันตามจริง ผมแปลกใจมาก แต่ไม่เท่ากับความรู้สึกครั้งแรกที่เห็นเธอในร้านหนังสือที่ผมทำงานพิเศษอยู่

  ค่ะ .... เอ้อ  .... งั้น ... หรือค่ะ  เธอกล่าวพลางหลบสายตา คำพูดหลังน่าจะเป็น ... ขอบคุณ หรือไม่ก็ สวัสดี ...  ผมเองก็ไม่แน่ใจ  อาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่รอคอยใกล้มาถึง

 

 

จะเอาร่มไปไหม  พี่ว่าอีกสักประเดี๋ยว ฝนคงตก ผมเดินตามเธอมาที่หน้าประตู  เธอส่ายหัว ยิ้มน้อยๆ  พร้อมๆ กับสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา นั่นไง ! ว่าแล้ว ตกลงมาได้เสียที เธอมองหน้าผมอย่างแปลกใจ เอ่อ ... อย่าเข้าใจผิดน่ะ พี่ไม่ได้ดีใจที่ฝนดันมาตกตอนเธอจะกลับบ้านหรอกน่ะ   คราวนี้  เธอยิ้มกว้าง เห็นฟันขาว  จัดเรียงเป็นระเบียบ

ไม่ต้องก็ได้ค่ะ  ฉันพักอยู่ใกล้แค่นี้เอง  2 3 ช่วงตึกก็ถึง แล้วเธอก็ถีบจักรยานเร็วตื๋อหายไปในลมฝน

 15 นาที  ....    สายลมปะทะประตูอีกครั้ง ผมรู้สึกได้ถึงพลังที่อัดแน่นของมัน      รุ่นพี่  คราวนี้ ฉันต้องการร่มแล้วล่ะค่ะ   เธอยืนหอบ อาจเป็นเพราะรีบร้อนวิ่งกลับมา  เปียกปอนทั้งๆ ที่มีร่มอยู่ในมือ  ผมรีบเดินเข้าไปหลังร้านหยิบร่มทั้งหมดที่มีในร้านออกมา คันไหนดีล่ะ ผมกล่าวพึมพำขณะที่ลองกางร่มแต่ละคัน ให้มันได้อย่างนี้สิน่ะ ผมหัวเสียที่ทำอวดดีจะให้เธอยืมร่ม  ร่มพวกนี้  เป็นร่มที่ลูกค้าขาจรมาลืมไว้นะครับ  ดูคันนี่สิ จะกันฝนได้ไหมนี่  งี่เง่าจริงๆ   ผมกล่าวตำหนิร่ม พอๆ กับที่อยากตำหนิตัวเองรุ่นพี่ไม่งี่เง่าน่ะค่ะ    คราวนี้ ทำเอาผมถึงกับหัวเราะ ในความจริงจังของเธอ บนเวที  .... รุ่นพี่เท่ออก  คันนี้แหล่ะค่ะ เธอรวบรัดรับร่มไปจากมือผม  อา ... ร่มสีแดงเหมือนกลีบกุหลาบ เหมือนริมฝีปากของเธอ แล้วฉันจะนำมาคืนน่ะค่ะ ไม่ต้องหรอก  ลูกค้าคงไม่ติดใจกลับมาทวงคืนแล้วล่ะ

แต่ฉันอยากนำกลับมาคืนให้ค่ะ

 

 

 

 

ผมยืนมองดูเธอวิ่งหายไปท่ามกลางสายลมฝน  ผมไม่ได้ถามเธอว่าจักรยานไปไหน  ไปเอาร่มคันที่ถือมาจากที่ใด  เธอมาขอยืมร่มผมอีกคันไปทำไม

 

ในชั่วขณะหนึ่ง ... บทเพลงแว่วมาในห้วงทรงจำ

 

… The language of friendship is not words but meaning’s …

 

 ผมคิดว่า คงจะดี หากจะปล่อยเรื่องราวให้มันเป็นไป

 และแล้ว สายลมก็ปะทะหน้าผมที่มีเม็ดฝนประปราย

 

 


stepingto View my profile